แชร์

RAM ROM คืออะไรและปริมาณเท่าไหร่ที่เหมาะกับเรา

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ย. 2024
3255 ผู้เข้าชม

RAM และ ROM ในมือถือคืออะไร? เข้าใจความสำคัญของหน่วยความจำ พร้อมคำแนะนำเลือกมือถือที่เหมาะกับคุณ

RAM และ ROM ในมือถือคืออะไร?

1. RAM (Random Access Memory):
RAM เป็นหน่วยความจำชั่วคราวที่ช่วยให้มือถือสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว เช่น เปิดแอปพลิเคชันหลายแอปพร้อมกัน หรือเล่นเกมที่ต้องใช้กราฟิกสูง

หน้าที่:
-เก็บข้อมูลที่ระบบหรือแอปพลิเคชันกำลังใช้งานอยู่
-ลบข้อมูลเมื่อปิดแอปหรือปิดเครื่อง


ผลต่อการใช้งาน:
RAM ที่มากขึ้นช่วยให้มือถือทำงานเร็วขึ้นและไม่สะดุดเมื่อเปิดหลายแอป

2. ROM (Read-Only Memory):
ROM ในมือถือหมายถึงพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เช่น ระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน และไฟล์ส่วนตัว (รูปภาพ วิดีโอ และเอกสาร)

หน้าที่:
-เก็บข้อมูลที่คงอยู่แม้ปิดเครื่อง
-รองรับการติดตั้งแอปพลิเคชันและเก็บไฟล์ต่าง ๆ


ความจุ ROM:
มักจะถูกเรียกเป็น "Storage" เช่น 64GB, 128GB หรือ 256GB

ความสำคัญของ RAM และ ROM ในการเลือกมือถือ


RAM ที่เหมาะสม:
 4GB: เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น โซเชียลมีเดียและการท่องเว็บ
 6GB - 8GB: เหมาะสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานหลายแอปพร้อมกัน
 12GB ขึ้นไป: เหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับสูง เช่น งานกราฟิกหรือการตัดต่อวิดีโอ

 

ROM ที่เหมาะสม:
 64GB - 128GB: สำหรับผู้ที่ถ่ายรูป วิดีโอ หรือใช้แอปพลิเคชันพื้นฐาน
 256GB - 512GB: สำหรับผู้ที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น วิดีโอ 4K หรือแอปพลิเคชันเกมจำนวนมาก

การเลือก RAM และ ROM ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและความต้องการในการใช้งานมือถือของคุณ

โดยสามารถประเมินได้จากปัจจัยดังนี้:

1. ลักษณะการใช้งานของคุณ:
ผู้ใช้งานทั่วไป (Social Media/แอปพื้นฐาน):
RAM: 4GB - 6GB
ROM: 64GB - 128GB
เหมาะสำหรับคนที่ใช้มือถือเพียงแค่เล่น Facebook, LINE, YouTube และแอปทั่วไป
ผู้ใช้งานมัลติทาสก์ (เล่นเกม/ทำงานหลายแอป):
RAM: 8GB - 12GB
เพื่อให้มือถือสามารถสลับแอปได้เร็ว ไม่สะดุด
ROM: 128GB - 256GB
สำหรับการจัดเก็บแอป เกม และไฟล์งาน
ผู้ใช้งานระดับสูง (สร้างคอนเทนต์/เกมหนัก):
RAM: 12GB ขึ้นไป
เพื่อรองรับการทำงานหนัก เช่น ตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกมกราฟิกสูง
ROM: 256GB - 512GB หรือมากกว่า
สำหรับเก็บวิดีโอ 4K, แอปพลิเคชันขนาดใหญ่ และข้อมูลจำนวนมาก

2. ประเมินจากพฤติกรรมการจัดเก็บข้อมูล:
ถ่ายรูป/วิดีโอบ่อย: ต้องการ ROM มากกว่า 128GB หรือมีฟีเจอร์เพิ่ม microSD
ใช้แอปเยอะ: ให้เลือก RAM 8GB ขึ้นไป เพราะแอปพลิเคชันบางตัวกิน RAM มาก

3. เช็คการใช้งานปัจจุบัน:
บน Android: ไปที่ Settings > About Phone > Storage ดูว่าใช้พื้นที่ ROM ไปเท่าไหร่
เปิด Developer Options (หากยังไม่เปิดให้กดที่ Build Number 7 ครั้ง) และดู Memory Usage
บน iPhone: ไปที่ Settings > General > iPhone Storage ดูว่าใกล้เต็มหรือไม่

4. การลงทุนในอนาคต
หากคุณวางแผนใช้มือถือเครื่องเดิมนาน 3-5 ปี:
เลือก RAM สูงกว่า 8GB และ ROM อย่างน้อย 256GB เพื่อรองรับการอัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการใหม่

สรุป:
ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานและประเมินว่า RAM และ ROM ในมือถือปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือสนใจเปรียบเทียบรุ่นมือถือ สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความแตกต่างระหว่างซิมเติมเงิน ซิมรายเดือน และ ซิมรายปี
หลายคนอาจสงสัยว่า ซิมแบบไหนคุ้มค่าที่สุด ระหว่าง ซิมเติมเงิน, ซิมรายเดือน และซิมรายปี แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน และเหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกันยังไงที่นี้มีคำตอบ
24 มี.ค. 2025
ซิมมือถือที่เหมาะกับการใส่ในรถ
ใครที่เดินทางบ่อยๆ ต้องการซิมเน็ตที่ไว้ใช้กับรถไม่ว่าจะเป็นสำหรับใส่กล้องภายในรถหรือ GPS ควรใช้ซิมตัวไหน การใช้งานแต่ละกิจกรรมใช้ซิมตัวไหนถึงจะตอบโจทย์ที่นี้มีคำตอบ
18 มี.ค. 2025
เน็ต 60GB,เน็ต 70GB,เน็ต 100GB การใช้งานต่างกันยังไง เราควรเลือกแบบไหนดี
เชื่อว่าหลายๆคนคงกำลังอยู่ว่า เน็ต 60GB,เน็ต 70GB,เน็ต 100GB ต่างกันยังไง ใช้งานได้เท่าไหร่ และเราเหมาะกับแพ็กเกจไหน บทความนี้น่าจะมีคำตอบที่ดีให้กับคุณอย่างแน่นอน
14 มี.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ